เกี่ยวกับ---->GENERATION.......

baby boomer
งานวิจัยได้จัดกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มนี้ไว้ที่อายุ 45 ปีขึ้นไป หรือ 40 -63 ปี
เนื่องจากคนในรุ่นนี้เกิดมาในยุคที่สังคมเพิ่งพักฟื้นจากสงคราม ข้าวยากหมากแพง แถมมีพี่น้องเยอะอีก คนรุ่นนี้จึงเกิดมาพร้อมกับความอดทน อดกลั้น อดออม ขยัน และทำงานหนัก เพื่อช่วยพ่อแม่เลี้ยงครอบครัว ซึ่งอุปนิสัยลักษณะนี้จะมาพร้อมกับการคิดอย่างมีเหตุผล จึงทำให้คนรุ่นนี้รู้จักคุณค่าของเงิน จะซื้ออะไรจะทิ้งอะไรต้องคิดแล้วคิดอีก และจะซื้อเพื่อตัวเองและคนใกล้ชิดเท่านั้น ถ้าไม่มีความจำเป็นต้องซื้ออะไร ก็มักจะสะสมเงินเก็บไว้ใช้ยามแก่ยามเกษียณแล้ว และเพราะต้องทำงานเลี้ยงครอบครัวญาติพี่น้อง คนรุ่น baby boomer จึงเป็นคนบ้างาน นิยมรับราชการเพราะเป็นอาชีพที่มีเกียรติมีศรี ฐานะมั่นคง (รายได้ดีรึเปล่าก็อีกเรื่อง) และไม่นิยมเปลี่ยนงานบ่อย ซึ่งถือได้ว่าคนในรุ่น Gen B นี้มีความภักดีต่อองค์กรสูง เทียบในปัจจุบัน จัดว่าเป็นกลุ่มที่มีกำลังเงินในการบริโภคสูงสุดเลยทีเดียว...จัดเป็นกลุ่มเป้าหมายของรถราคา 15 ล้าน บ้านจัดสรรงามๆราคา 30 ล้าน หรือพวกอาหารเสริมสุขภาพนำเข้าต่างประเทศ อะไรทำนองนั้น
Hippies
บุคคลผู้ที่ไม่ยอมรับวัฒนธรรมหรือมาตรฐานทางสังคม เป็นพวกเสรีนิยม
Yuppies
คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่มีหน้าที่การงานดี และมีวิถีชีวิตแบบวัตถุนิยมฟุ้งเฟ้อ
Generation X
แต่หากมองข้ามเหตุผลทางการตลาดไป อย่างน้อยการพยายามศึกษา แล้วทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมให้นิยามความหมายนั้น อาจจะเป็นความพยายามของมนุษย์ที่พยายามปักหมุดหมายลงบนแผนที่แห่งมนุษยชาติ...อีกครั้ง แม้จะยังไม่แน่ใจว่าหมุดนั้นจะยิ่งพาเราเดินห่างไกลออกไปจากจุดหมายที่หวังไว้หรือไม่ก็ตาม
Generation Y
คนที่เกิดระหว่างปี 1977-1995 ซึ่งบางส่วนเติบโตจนเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน เป็นคนที่หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง ติดเพื่อน ชอบทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน เสียงดัง มองโลกในแง่ดี Gen Y ย่างก้าวเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน ด้วยข้อมูลความรู้ที่อัดแน่นอยู่ในหัว มากกว่าที่คนวัยยี่สิบรุ่นก่อนหน้าพวกเขาทุกรุ่นเคยมีมา และยังพร้อมมูลด้วยข้อมูลข่าวสารที่มากกว่าเพียงปลายนิ้วสัมผัสในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ พวกเขายังมีความคาดหวังที่สูงยิ่ง แต่สิ่งที่พวกเขาคาดหวังสูงสุดและเป็นสิ่งแรก คือตัวของพวกเขาเอง

คุณของ.....แม่


โลกยอมรับความรักอันสูงส่ง
ที่มั่นคงพันผูกลูกและแม่
เป็นความรักที่จริงใจในดวงแด
มีกระแสซาบซึ้งส่งถึงกัน

... ในเพศหญิงสิ่งนี้มีมากล้น
จับกมลทุกสิ่งเป็นมิ่งขวัญ
ไม่ว่าฐานะใดในใจนั้น
มีเท่าทันในด้านงานมารดา

...โอ้ละเห่ขวัญอ่อนนอนเสียนะ
แม่คอยจะกล่อมขวัญนะหนูจ๋า
หลับเถิดหลับให้สบายนะแก้วตา
สองแขนแม่โอบมาพาคุ้มภัย

...ในอ้อมกอดสอดแนบแอบอกอุ่น
รักละมุนลูกยาเฝ้าปราศรัย
เฝ้าถนอมกล่อมเกลี้ยงลูกเพียงใด
สำนึกได้ในพระคุณคุ้นเคยดี

... เมื่อลูกป่วยด้วยโรคใดใจแทบขาด
แม้อนาถทรัพย์จ่ายหมายเจ้านี้
ได้รอดปลอดภัยสบายดี
คุณแม่มียิ่งใหญ่ใดเทียมทัน

... ในวันแม่ปีนี้ขอมีส่วน
มาทบทวนบุญคุณหนุนเนื่องนั่น
ถึงวันนี้ยังพันผูกลูกเช่นกัน
ขอคุณแม่นั้นจงมีสุขขีเทอญ

การพัฒนาบุคลิกภาพ

บุคลิกภาพ คือ ลักษณะท่าทางซึ่งสามารถแสดงออกมาได้ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และความรู้สึกนึกคิด ที่สะท้อนออกมาให้ผู้อื่นเห็นและเกิดความประทับใจ ฉะนั้น การที่บุคคลจะได้รับการยอมรับนับถือ การสนับสนุน ความไว้วางใจ และความประทับใจจากผู้อื่นนั้น ก็ควรที่จะแสดงบุคลิกภาพที่ดีและเหมาะสมให้ผู้อื่นเห็น เพราะบุคลิกภาพมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและอารมณ์ของผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง
1. ความหมายและความสำคัญของบุคลิกภาพ คำว่า "บุคลิกภาพ" หมายถึง คุณลักษณะทางกาย ทางจิตใจ และความรู้สึกนึกคิดที่สะท้อนออกมาให้ผู้อื่นเห็นและเกิดความประทับใจมากน้อยเพียงใด
มีความสำคัญคือ บุคลิกภาพนับเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกและอารมณ์ของผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง จึงส่งผลต่อการยอมรับนับถือ การให้ความร่วมมือ การสนับสนุน และความไว้วางใจจากผู้อื่น
2. ประเภทของบุคลิกภาพ
2.1 บุคลิกภาพภายนอก คือ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากภายนอกของแต่ละคน สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน แบ่งได้เป็น 4 หมวด คือ
1. รูปร่างหน้าตา
2. การแต่งกาย
3. กิริยาท่าทาง
4. การพูด
2.2 บุคลิกภาพภายใน คือ สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจ หรืออุปนิสัยใจคอที่มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ แก้ไขได้ยาก เช่น
1. ความเชื่อมั่นในตนเอง
2. ความซื่อสัตย์สุจริต
3. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
4. ความรับผิดชอบ
3. หลักและวิธีเสริมสร้างบุคลิกภาพ การยืน เดิน นั่ง เป็นส่วนสำคัญที่บอกถึงบุคลิกภาพของแต่ละบุคคล งามอิริยาบถ คือ การเดิน ยืน นั่ง เปิด-ปิดประตู ขึ้นลงรถ อย่างถูกต้องสวยงาม การรู้จักทำตัวให้เข้ากับบุคคล สถานที่ และเวลา อย่างถูกต้องถือว่ามีมารยาททางสังคมที่ดี เช่น การรู้จักกราบไหว้ที่ถูกวิธี และถูกกาลเทศะ การรู้จักธรรมเนียมของชาวต่างชาติ การปฏิบัติตนในงานเลี้ยงต่าง ๆ การไปเยี่ยมคนป่วย การมอบดอกไม้แสดงความยินดีหรือให้ผู้อาวุโส เป็นต้น บางครั้งเราอาจจะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ และอาจเกิดอะไรขึ้นกับเราได้ทุกวินาทีนั้น เราต้องพร้อมเสมอที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ในลักษณะที่พร้อม คือ ไม่ตกใจ ดีใจ เสียใจ กลัว เกินกว่าเหตุ สามารถควบคุมท่าทางของตนเองได้เป็นอย่างดี
4. แนวทางในการพัฒนาบุคลิกภาพ
4.1 การรักษาสุขภาพอนามัย

- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เพิ่มหรือลดผิดปกติ
- ละเว้นการสูบบุหรี่หรือยาเสพติดให้โทษทุกชนิด
- ไม่ดื่มสิ่งของที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน
- พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ วันละ 7-8 ชม.
- รักษาอารมณ์ให้สดชื่นแจ่มใสอยู่เสมอ
4.2 การดูแลร่างกาย
- รักษาความสะอาดในช่องปากและฟัน
- ดูแลรักษาเส้นผมและทรงผมให้เรียบร้อยทั้งด้านความสะอาดและรูปทรง
- โกนหนวดเคราให้เกลี้ยงเกลา ตัดและขริบให้เรียบร้อย
- รักษาผิวพรรณให้สะอาดสดชื่นอยู่เสมอ อย่าให้ผิวแห้งกร้าน
- รักษากลิ่นตัว
- รู้จักการแต่งหน้าแต่พองาม
- ดูแลเล็บมือ เล็บเท้า ให้สะอาดอยู่เสมอ
- ปรับเปลี่ยนเสื้อผ้าและชุดชั้นในที่สวมใส่ทุกวัน
- ควรมีการเช็คร่างกายเป็นประจำทุกปี
- เมื่อร่างกายมีอาการผิดปกติรีบไปปรึกษาแพทย์
4.3 การแต่งกาย
- สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ซักรีดให้เรียบ
- สีสันไม่ฉูดฉาด ควรเลือกสีให้เหมาะสมกับรูปร่างและผิวพรรณของตนเอง
- กระเป๋าถือและรองเท้า ควรใช้หนังที่มีคุณภาพดีสีเรียบสำรวจส้นรองเท้าจัดการซ่อมแซม
- แต่งหน้าให้แนบเนียน ไม่แต่งเข้มผิดธรรมชาติ เลือกใช้เครื่องสำอางค์ที่มีคุณภาพดี
- เล็บและการทาเล็บ ไม่ควรไว้เล็บยาวจนเกินไปควรเลือกสีกลางอย่าปล่อยให้สีถลอกจะไม่น่าดู
- ผม หมั่นสระให้สะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งแปรงหวีให้เรียบร้อยเลือกทรงผมที่รับกับใหน้า
- เครื่องประดับ ควรใช้เพื่อเสริมการแต่งกายให้ดูดีขึ้น แต่ไม่ควรใช้เครื่องประดับมากจนเกินไป
- ควรแต่งกายให้เหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม
- ควรแต่งกายให้เหมาะสมกับกาลเทศะ
4.4 อารมณ์ รู้จักควบคุมอารมณ์ ไม่ปล่อยอารมณ์ไปตามใจตนเอง คนที่ควบคุมอารมณ์ตนเองได้จะได้เปรียบและจะเอาชนะเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ ในการปฏิบัติงานเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องมีเหตุการณ์มากระทบกระเทือนอารมณ์กันอยู่เสมอ ฉะนั้นบุคคลใดที่ต้องการจะพัฒนาบุคลิกภาพของตนให้ดีขึ้น จะต้องเป็นคนรู้จักอดทนใจเย็นเมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจเกิดขึ้น
4.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง
- ยอมรับในความสามารถของตนเอง
- อย่าเล็งผลเลิศในการทำงานจนเกินไป
- อย่าถือคติว่าการทำงานสิ่งใดเมื่อทำแล้วต้องดีที่สุด
- อย่านำความเก่งของผู้อื่นมาทับถมตนเอง
- หมั่นฝึกจิตใจตนเองให้ชนะความกลัวให้ได้
5. การพัฒนาบุคลิกภาพด้านความรู้สึกนึกคิด ความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ถ้ามีความรู้สึกนึกคิดในด้านดี ไม่มองคนในแง่ร้าย จิตใจก็เป็นสุข ไม่มีความกังวล ดังนั้น เลขานุการจึงควรพัฒนาบุคลิกภาพด้านความรู้สึกนึกคิดดังนี้
1. มีความเชื่อมั่นในตนเองในการกระทำในสิ่งต่าง ๆ
2. มีความซื่อสัตย์ กระทำตนให้ผู้อื่นเชื่อถือเรา แล้วความไว้วางใจจะตามมา
3. มีความสามารถที่จะทำสิ่งเหล่านั้น ให้เหมาะสมกับผู้ที่มอบหมายไว้วางใจให้เราทำ
4. มีความกระตือรือร้น ที่อยากจะทำ เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ
5. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักปรับปรุงงานอยู่เสมอ
6. มีความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามต้องมีความห่วงใยจะต้องทำให้เสร็จทันตามกำหนดเวลา
7. มีความรอบรู้
8. ห่วงตัวเอง เติมชีวิตให้กับตัวเอง
9. มีความจำแม่น
10. วางตัวเหมาะสมกับกาลเทศะ
6. การพัฒนาบุคลิกภาพด้านกายบริหารทรวดทรง องค์ประกอบของทรวดทรง ขึ้นอยู่กับกลไกของการเคลื่อนไหวของร่างกายและโครงสร้างของร่างกายไม่ว่าหญิงหรือชายก็ชอบที่จะมีรูปร่างงามทั้งนั้น ผู้ชายก็ต้องการมีรูปร่างสมาร์ท ผู้หญิงก็ต้องการมีเอวบาง ร่างน้อย มีสุขภาพดี การมีรูปร่างงาม สุขภาพดี เกิดจากการพัฒนาตัวเราเอง เราเป็นผู้วางแผนในชีวิตของเราเอง ทรวดทรงอาจไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต แต่ส่วนสัดและท่าทาง ทำให้คนทุกคนดูแตกต่างกันไป บุคลิกที่ไม่ดีแสดงว่าเจ้าของเรือนร่างขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ถ้าได้เรียนรู้วิธีเสริมสร้างเสน่ห์ให้กับบุคลิกภาพของตนเองแล้ว จะไม่เพียงทำให้มีรูปร่างสง่างามเท่านั้น ยังสามารถทำให้การปฏิบัติงานเกิดความเชื่อมั่น งานก็มีประสิทธิภาพอีกด้วย ดังนั้นเลขานุการจึงควรใช้เวลาในการบริหารทรวดทรงของตนเองเป็นประจำสม่ำเสมอ เพราะสุขภาพที่ดี และทรวดทรงที่งดงามอีกด้วย

เตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพบริหารธุรกิจแขนงวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

เป็นวิชาที่เรียนเหมือนเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนไปฝึกงานที่บริษัท อาจารย์ท่านจะสอนเกี่ยวกับเรื่องบุคลิกภาพการแต่งตัวกริยามารยาทต่างๆ มีเรื่องเทคโนโลยีและภาษาเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้เรานำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน ก่อนเข้าเรียนมีตรวจการแต่งกายเหมือนเป็นการฝึกให้เรารู้จักแต่งกายให้ถูกกาลเทศะถูกที่ถูกเวลาถูกระเบียบได้รับความรู้ในหลายๆเรื่องที่อาจารย์แต่ละแขนงได้ขึ้นมาพูดให้ความรู้แก่นักศึกษาโดยเฉพาะอาจารย์ปรมัตถ์ที่เวลาขึ้นพูดดูจะทำให้นักศึกษามีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาและนักศึกษาคนไหนที่ได้เรียนกับอาจารย์มาก่อนแล้วหรือกำลังจะเรียนอยู่จบแล้วคงจะได้วิชานี้ติดตัวนักศึกษาไปแน่เพราะอาจารย์ดูน่ากลัวมากๆเลยหนูอยู่ใกล้กับอาจารย์ยังกลัวอาจารย์มากเลยแต่ก็ดีเพราะจะทำให้นักศึกษาหลายคนได้จดจำอาจารย์เพราะอาจารย์ให้ความรู้และเวลาที่อาจารย์พูดอะไรดูน่าฟังมากๆดูมีสาระและนักศึกษาสามารถนำไปพัฒนาตนในอนาตคได้อาจารย์ดูทุ่มเทกับนักศึกษาทั้งที่บางวันหนูเห็นอาจารย์ดูเหนื่อยแต่อาจารย์ก็ยังทุ่มเทกับนักศึกษาและคงไม่มีใครไม่รู้จักกับอาจารย์ปรมัตถ์แน่นอนอาจารย์เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักศึกษาให้รู้จักการแต่งกายที่ถูกระเบียบการทำงานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพและการปฎิบัติตนอย่างให้เหมาะกับการที่เป็นนักศึกษาบริหารธุรกิจหนูจะจำอาจารย์เป็นแบบอย่างที่ดีในอนาคตของหนูต่อไปและวิชานี้ยังทำให้ได้รู้จักกับเพื่อนที่อยู่ต่างตอนเรียนกันด้วยการทำงานเป็นกลุ่มทำให้มีความร่วมมือกันทำให้มีการแบ่งปันความคิดกันในคนหลายๆคนในโครงการที่ทำทำให้รุ้จักกับผลิตภัณฑ์สารส้มotopที่คนไทยสามารถนำสินค้าประเภทนี้ไปขายในต่างประเทศทั้งๆที่ก็เป็นแค่สารส้มธรรมดาแต่เขารู้จักนำมาเป็นสินค้าที่ไม่ธรรมดาได้ก็ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้การประกอบอาชีพได้การเรียนวิชาเตรียมฝึกนี้ก้ทำให้หนูได้อะไรหลายๆอย่างมากทั้งการเตรียนตัวก่อนที่จะไปฝึกงานทำให้เรามีความเป็นระเบียบในตัวของเราเองการจะปำบัติตัวอย่างไรตอนที่จะไปฝึกงานจนถึงทำงานจริงๆและหนูก็จะนำประสบการณ์ทั้งหมดนี้นำไปใช้ในการปฎิบัติตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีกับนักศึกษารุ่นน้องต่อๆไป

โครงการวิชาเตรียมฝึก

โครงการ โรลออนสารส้ม ( Crystal roll-on ) เพื่อธุรกิจ
อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
หลักสูตรการบริหารธุรกิจ (คอมพิวเตอร์ธุรกิจ) ระดับปริญญาตรี
คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

สอดคล้องประเด็นยุทธ์ศาสตร์ชาติข้อที่ 3 การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลและแข่งขันได้
สอดคล้องกลยุทธ์ของมหาวิทยาลัย สร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยรูปแบบการจัดการศึกษาที่หลากหลาย

หลักการและเหตุผล
สารส้ม (alum) มีการผลิตในระยะแรก ๆ ที่ไหน เมื่อไร ไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่มีรายงานว่าในแถบเอเชียตอนกลางมีการผลิตและซื้อขายสารส้มกันมาช้านานแล้วไม่ต่ำกว่า 500 ปี สารส้ม(Alum) พบว่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณที่เคยเป็นภูเขาไฟมาก่อน การนำมาใช้บางแห่งต้องสกัดออกมาจากดินเช่นเดียวกับการทำเกลือสินเธาว์บางแห่งผลิตจากแร่ส้มหิน(Alunite, Alum stone หรือ Alunrock) โดยนำมาเผาเมื่อละลายจึงนำไปตกตะกอน หรือแร่อื่น ๆ ที่มีอลูมิเนียม(Aluminum) เป็นองค์ประกอบ ในประเทศไทยชาวบ้านเรียกว่า ดินส้ม พบอยู่หลายจังหวัดมีมากที่จังหวัดเลย แต่สารส้มที่พบตามธรรมชาติ มีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการ มนุษย์จึงต้องคิดค้นวิธีการผลิตขึ้นมาเอง โดยนำเอาแร่ธาตุจากธรรมชาติที่มีปริมาณอะลูมินาสูงเป็นวัตถุดิบได้สำเร็จ และผลิตเป็นการค้ามาจนถึงปัจจุบัน สารส้ม(Alum) มีประโยชน์และมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันมากแต่ไม่ค่อยมีใครได้นึกถึงเพราะไม่ค่อยได้เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น น้ำประปาที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ต้องอาศัยสารส้มทำให้ใส ใช้ในอุตสาหกรรมกระดาษ ฟอกหนัง ย้อมผ้า ฟอกสี ทำผงฟู และยา เป็นต้น
ด้านความสนใจในความเป็นไปของวงการอุตสาหกรรมการผลิตที่นำสมุนไพรมาใส่สารส้มนั้น ถือเป็นการช่วยเพิ่มสีสันให้กับสารส้มที่มีแต่สีขาว และเพื่อเป็นการเข้าถึงความต้องการให้เรื่องรสนิยมของลูกค้าชาวต่างชาติได้อีกด้วย เนื่องจากลูกค้าในแถบเอเชียและยุโรปรสนิยมความชื่นชอบในสินค้าจะแตกต่างกัน เช่น ลูกค้าประเทศในแถบเอเชีย มักจะชอบผลิตภัณฑ์ที่มีสีสัน ส่วนลูกค้าแถมยุโรป จะชอบผลิตภัณฑ์ที่เรียบง่าย ไม่มีสีสัน แต่เน้นที่คุณภาพเป็นสำคัญ ดังนั้นการผลิตสินค้าของบริษัท ดี.เอส.ที. จำเป็นต้องมีรูปแบบให้ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม โดยในปัจจุบันมี 2 สีคือสีเหลืองจากขมิ้น และสีชมพู จากดอกอัญชัน ส่วนในเรื่องของกลิ่นจะทำเพียงกลิ่นเดียวเท่านั้น เพื่อลดความยุ่งยากในการผลิต

ในปัจจุบันถ้าพิจาราจากข้อมูล และสภาพความเป็นจริงแล้วสามารถกล่าวได้ การผลิตโรลออนสารส้มเชิงการค้าของประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น การผลิตโรลออนที่เป็นเชิงธุรกิจอย่างจริงจังยังน้อยมาทั้งการผลิตโรลออนสารส้มได้มีการเข้าสู่ประเทศไทยมานานแล้วเนื่องจากปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลทางด้านการผลิต การตลาด และเทคโนโลยีและที่สำคัญที่สุดคือ การบริหารจัดการที่ดีทำให้การผลิตโรลออนสารส้มในประเทศไม่มีความก้าวหน้าเท่าที่สมควร ดังนั้นการที่จะพิจารณาหาทางผลิตโรลออนสารส้ม นั้นควรจะต้องทราบถึงแนวคิด หลักการ และแนวทางการปฏิบัติให้ได้เสียก่อน การที่จะผลิตให้ประสบผลสำเร็จนั้นผู้ผลิตจะต้องเข้าใจถึง องค์ประกอบที่สำคัญ ๆ เช่น วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ สมุนไพรในการผสมกับสารส้ม

วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาวิธีการขั้นตอนในการผลิตโรลออนสารส้ม
2. เพื่อศึกษาการนำเทคโนโลยีเข้ามาประกอบในการผลิตโรลออนสารส้มในอุตสาหกรรมขนาด ใหญ่
3. เพื่อศึกษาระบบการตลาดของการประกอบธุรกิจโรลออนสารส้มและการบริหารจัดการ
ตลาดในกลุ่มองค์กรของเครือข่าย

เป้าหมาย
อนาคตกลุ่มแม่บ้านและสมาชิกผู้จัดทำโครงการจะได้นำไปใช้ในการประกอบธุรกิจขนาดย่อมและทำให้กลุ่มแม่บ้านและสมาชิกผู้จัดทำโครงการมีรายได้พิเศษเข้ามาภายในครอบครัวทำให้มีชีวิตดีขึ้น
ได้นำความรู้ในการผลิตโรลออนสารส้มมาประกอบธุรกิจให้แก่กลุ่มแม่บ้านอุตสาหกรรมบ้านบ่อพลับและสมาชิกผู้จัดทำโครงการนำมาประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดย่อยเป็นอาชีพของครอบครัว


Blogspot Template by Isnaini Dot Com Powered by Blogger and Job Search